- ขัดถูและรองพื้นชิ้นงานปูนปลาสเตอร์ -
posted on 09 Feb 2009 23:50 by eltakung in ARTหลังจากผ่านช่วงงานเข้ามาสองสามสัปดาห์ ในที่สุดก็พอจะหายใจหายคอได้บ้าง
ชีวิตการทำงานมันยากลำบากจริงๆนะ ใครยังเรียนอยู่แล้วยังทำตัวไม่คุ้มค่าผ่านมาเห็นแล้วก็ขอให้ใช้ชีวิตให้ คุ้มหน่อยเถอะ มีคนทำงานแถวนี้อิจฉาอยู่นะอิๆ
ได้อ่านบล็อกของคุณ nighty เรื่องเราเขียนบล็อกไปเพื่อใคร
แล้วก็มีขำตัวเองเหมือนกัน เพราะถ้าดูดีๆแล้วจริงๆ account exteen ของผมมันก็ create มานานแล้ว แต่เพิ่งมาเขียนจริงๆจังๆไม่นานมานี้เอง
ตอน create ขึ้นมาใหม่ๆทุกคนก็ต้องหวังให้มีคนมาดูเป็นธรรมดา ผมก็เป็นคนหนึ่งเหมือนกัน ถึงกับมีลุ้นเลยทีเดียวว่าเฮ้ย เขียนแล้วนะ มีใครมาดูหรือเปล่า
สุดท้ายตอนหลังๆก็ไม่ได้สนใจแล้ว
คิดว่าหันมาตั้งหน้าตั้งตาทำอย่างอื่นที่มัน ไม่เสียเวลาดีกว่า
เอาเวลาไปอ่านบล็อกคนอื่นให้เยอะขึ้น น่าจะดีกว่า
หันไปทำอะไรที่เราต้องทำจริงๆดีกว่า
พอเขียนๆไปแล้วก็ พอจับทางได้ว่า จริงๆแล้วบล็อกมันก็เหมือนสังคมหนึ่งแหละ
เราก็ต้องมีพบปะกับคนอื่น มีคนที่อ่านของเรา แล้วพอใจเขาก็มาอ่านอีก
เหมือนเวลาเราไปอ่านของเขา เราชอบการเขียนแบบนี้ เราก็ไปอ่านของเขาอีก
แต่ไอ้บล็อกของเราคนเขียนมันเขียนไม่เก่งฟะ แต่จะพยายามเขียนครับ
จริงๆแล้วก็เขียนเพราะหวังว่าใครไปใครมาจะได้อ่านเผื่อจะมีประโยชน์บ้าง
หวังว่าจะพอใจนะครับ ^_^
ถ้าพอใจมากๆก็ comment ก็ดีครับ อิๆ
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เข้าเรื่องดีกว่า หลังจากงวดที่แล้วเราหล่อปูนแบบชาวบ้านๆไป คราวนี้ก็มาถึงขั้นตอนของการตัดแต่งและรองพื้น
(ตกลงมันหายไปตั้งนานมันทำได้แค่นี้เองเหรอ แถมอยากจะบอกว่าตอนทำเมางานด้วย คือทำงานแล้วมึน ลืมถ่ายรูปตอนทำเลย 555 เอาเป็นว่าจุดประสงค์บล็อกนี้คือเล่าสิ่งที่ผมเคยทำครับ ไม่มีรูปงวดนี้หยวนๆละกัน 555+)
งานหล่อในคราวที่แล้วที่ออกมาอยากจะบอกว่ามันสวยครับ
คือสวย 100 เมตร (ไม่สวยนั่นเอง) ถ้าคุณทำต้นแบบลวกๆ คุณก็ต้องมารับกรรมตอนตัดแต่ง หรือขัดถู ถ้าทำพิมพ์ลวกๆ (บล็อกปูนห่วยๆของคราวก่อน) คุณก็ต้องมาตัดแต่งไอ้ที่เว้าแหว่งไป
หลังจากหล่อมาเยอะแยะ เราก็มาเล่นสูตรสิบเอาหนึ่ง เอาอันที่รูปร่างพอดูได้หน่อยมาใช้งาน
อ่านมาถึงตรงนี้แล้วเรามีข้อแนะนำสำหรับการหล่อครับ ถ้าเราผสมปูนน้อยไป มันก็จะบาง เนื้อมันจะเปราะแตกง่าย มีฟองยิบๆที่ผิว แต่ถ้าผสมข้นไป แล้วเคาะไม่ทัน(ดูจากครั้งที่แล้วนะครับ) มันก็จะเว้าแหว่ง แต่ว่างานจะคงทนมากคือเอา art knife ใบมีดใหม่คมๆเฉือนยังไม่ค่อยจะเข้าเลย ดังนั้น วัสดุในการผสมหล่อก็สำคัญนะครับ และจำนวนครั้งการหล่อก็มีผลด้วย คือยิ่งหล่อเยอะพิมพ์ยิ่งเสียหาย ความสวยงามของแบบที่ได้ก็จะลดลงเรื่อยๆ
อย่างไรก็ตามผมก็ว่าหล่อออกมาเป็นสิบ มันต้องมีดีสักอันแหละครับ 555+
ซึ่งเราก็เอาไอ้อันนั้นแหละมาบรรเลงเพลงการขัดถูและปรับแต่งครับ
เริ่มมาให้ทำการตัดแต่งชิ้นงานที่บูดเบี้ยวโดยมิได้ตั้งใจด้วย cutter
ขั้นตอนสำคัญสุดคือปะผุส่วนที่หายไป ซึ่งก็มีตัวเลือกว่าจะใช้อะไรครับสำหรับงานปูนปลาสเตอร์ หากต้องการประหยัดก็ใช้ปูนปลาสเตอร์ แต่ถ้าเน้นสะดวกก็ใช้งานดินญี่ปุ่นซะ
ซึ่งงานนี้ผมรวยครับ.... เอ้ยไม่ใช่ เน้นสะดวกครับ ใช้ดินญี่ปุ่นโลดเลย
เวลาปะผุงานก็ใช้น้ำใส่ลงไปที่ปูนปลาสเตอร์ก่อนนะครับ แล้วก็เอาดินญี่ปุ่นปะแล้วใช้ art knife เกลี่ยตัดแต่ง ให้เข้ารูปทรง หลังจากนั้นก็เอาไปตากแดด
จากนั้นบรรเลงการปรับสภาพผิวด้วย กระดาษทรายเบอร์ 400 ตามด้วยกระดาษทรายเบอร์ 1000 และปิดท้ายด้วย 1200 (จริงๆแล้ว 1200 ไม่ต้องก็ได้ พึ่งรู้หลังพ่น surfece แล้ว)
จากนั้นต้องเตือนให้ตัวเองอย่าพึ่งใจร้อนครับ ให้เอาชิ้นงานมาเป่าด้วย เครื่องเป่าก่อนให้ฝุ่นที่ทำตัดแต่งไว้ออกไปให้หมด
ใช้ไอ้นี่แหละครับ ลมอย่างแรงเลย เป่าทีกระจุยกระจาย...
จากนั้นค่อยทำการเอา surface มาพ่นรองพื้น เพื่อลดคุณสมบัติการดูดน้ำหรือของเหลวของวัสดุปูนปลาสเตอร์ไปซะ ซึ่งการรองพื้นปรกติเขาจะใช้สีอะไรก็ได้ที่เราพ่นแล้วจะเห็นว่าพื้นมันเรียบ หรือไม่เรียบ เราจะรองพื้นเมื่อเราจะปรับผิวต่อให้มันเรียบ (เพราะว่าตอนขัดเราอาจจะหลุด หรือไม่เห็นก็ได้ว่างานมันไม่เรียบ) การรองพื้นผิวด้วยสีเทาเขาว่ากันว่าจะให้รายละเอียดและมองเห็นส่วนต่างได้ ชัดเจน
งานบ้านๆต้องยี่ห้อนี้เลยครับเลย์แลนด์สีบาง หัวพ่นมีแถมสองหัวด้วย
แถมเบอร์ A42 พ่นออกมาแล้วมันจะ้ด้านๆครับแจ่มมากเลย
แต่กรณีนี้คือผมกะใช้สีกลบส่วนที่ไม่เรียบร้อยไปด้วย คือกะพ่นหนาๆลบรอยตามดไปเลย แต่ว่าก็ต้องคำนึงถึงว่าชิ้นงานจะเอาไปทำงานต่อด้วยสีที่เป็นสีเนื้อ ซึ่งมันจะทำให้ทาสีแล้วสีมันไม่ขับออกมาเต็มที่ ซึ่งสีขาวจะเหมาะที่สุดในกรณีนี้
แต่ของผมนี้โชคไม่ดี ปรากฎว่าหัวพ่นสีสีขาวดันหายไป เลยงานเข้าครับ ต้องรองพื้นเทาแทน เดี๋ยวถ้าใครอยู่ดูถึงตอนหน้า จะเห็นความทุกข์ทรมาณของผมตอนลงสี T_T (จริงๆแล้วเพราะมันงกเอง ไม่ยอมซื้อสีขาวกระป๋องใหม่)
เมื่อพ่นปู๊ดลงไป ซึ่งก็ต้องเอาไอ้ชิ้นงานอื่นมาลองมือก่อน เขย่าๆแล้วพ่น หลังจากนั้นเมื่อแน่ใจระยะแล้วค่อยลงชิ้นงานจริงๆ
ตอนแรกก็ให้พ่นบางๆก่อนหนึ่งรอบ กลั้นหายใจแล้วพ่นลงไป แล้วหนีไปกินน้ำซะ 1 ขวด
แล้วค่อยมาพ่นซ้ำอีกรอบ ทำแบบนี้จนกว่าจะพอใจ ผมไม่ได้พ่นให้มันหนาไปเลยทีเดียว เพราะสีมันจะเป็นปื้น แล้วจะควบคุมความหนาไม่ได้
พื้นที่กระทำการครั้งนี้ ขอบอกว่าสีเหม็นมาก จะพ่นอย่าพ่นในห้องนะครับ พ่นที่ๆลมโกรกๆหน่อยก็ดี
จากนั้นก็เมื่อพ่นเสร็จแล้วก็ต้องล้างอุปกรณ์ครับ โดยต้องใช้งานทินเนอร์ แล้วหาภาชนะพลาสติกสักอันที่ทนทินเนอร์หน่อย จากนั้นขวดใส่น้ำหั่นครึ่งมาใช้งานครับ เพื่อใส่ทินเนอร์แล้วเอาหัวพ่นใส่ลงไปเขย่าๆสักนาทีแล้วเทออก เพื่อล้างสีที่ยังติดในหัว ไม่งั้นครั้งต่อไปจะพ่นไม่ออกเอาครับ เพราะหัวตันสียังเหลืออีกเยอะ ผมกะไว้ใช้งานครั้งหน้าอีกครับ อิๆ
ไอ้อันนี้แหละครับ ทินเนอร์ อย่าให้โดนมือหรือไปดมตรงๆเชียว
ส่วนไอ้ชิ้นๆขาวๆข้างหลังคือซากกระดาษทรายครับผม
ใส่ลงไปแล้วก็เขย่าๆซะ แล้วเทออก ระหว่างเทเอาน้ำล้างๆด้วยนะครับ
^_^
สรุปแล้วหลังจากทำการใช้งานวัสดุปูนปลาสเตอร์นี้(เป็นครั้งแรก)
พบว่าวัสดุน่าประทับใจมาก ทำงานร่วมกับดินญีปุ่นได้เป็นอย่างดี แข็งแรงทนทาน แต่ไม่ทนแรงจิก และแรงบิด เหมาะสำหรับทำต้นแบบและทุ่นวัสดุเมื่อใช้ร่วมกับดินญี่ปุ่นมาก ถ้ามีโอกาสคงได้ทำอะไรบางอย่างใหญ่ๆอย่างหัวตัวละคร Anime แบบ1/1 โดยใช้วัสดุชนิดนี้นะเนี่ย อิๆ (เอาไอ้่ที่เอ็งทำแล้วดองๆแล้วไปทำตัวใหม่ให้เสร็จก่อนเหอะ)
เอาเป็นว่าคราวต่อไปจะลงสีครับผม
ส่วนคนที่ผมตั้งใจจะให้ของขวัญอันนี้ก็รอต่อไป... คนทำมันอู้อ่ะ T_T
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ปิดท้ายด้วยรูปจากภูสอยดาวยามเย็น อยากกลับไปอีกจังนิ... >_<
[TooTooN]


อยากไปบ้างจัง
#1 By WiNNiEz on 2009-02-10 00:06